ปรึกษาเรื่องเอดส์และห้องไม่พร้อม โทร 1663

แถลงข่าวรัฐสวัสดิการ 17 พย. 60

By nuttynui 22 พ.ค 2561 18:29:02
รัฐประหาร ทำคนจนเพิ่ม ภาคประชาชนแนะหยุดนโยบายไทยแลนด์แกรนด์เซล มุ่งจัดสวัสดิการถ้วนหน้า ลดเหลื่อมล้ำได้ทันที
 
วันนี้ (18 พ.ย.) เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ จัดเวทียุทธศาสตร์ประชาสังคมขับเคลื่อนสวัสดิการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน วิพากษ์รัฐบาลอ้างเงินไม่พอ แต่กลับลดแลกแจกแถมเอื้อนายทุนสูญเงินกว่า 200,000 ล้านบาท ในขณะที่ตัวเลขคนจนกลับเพิ่มขึ้น
 
นางสาวสุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กล่าวว่า ในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งเครื่องไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีการผลิต มุ่งสู่การเติบโตทางตัวเลขเศรษฐกิจด้วยมาตรการลดภาษี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ไปกว่า 200,000 ล้านบาท ได้รับผลตอบแทนเพียงแค่การจ้างงานเพียง 55,000 คน หรือคิดง่ายๆว่ารัฐยอมเสียรายได้ 5 ล้านบาทเพื่อจ้างคนเพียง 1 คน ซึ่งการลดแลกแจกแถมแบบที่รัฐกำลังทำอยู่นี้ ไม่ได้ช่วยทำให้คนส่วนใหญ่อยู่ดีกินดีขึ้น แทนที่จะได้ลดความเหลื่อมล้ำ กลับยิ่งตอกย้ำถ่างความยากจนให้เพิ่มมากขึ้น เพราะรายได้ที่เกิดขึ้นกลับกระจุกตัวแค่กับคนที่มีเงินอยู่แล้วให้รวยยิ่งขึ้น
 
 
ด้านนางสาวจุติอร อมรรัตนเวช ตัวแทนเครือข่ายสลัมสี่ภาค กล่าวว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ยิ่งทำยิ่งแยกคนจนออกจากคนจน เพราะที่ผ่านมามีปัญหาตั้งแต่การขึ้นทะเบียนแล้วที่ไม่สามารถเลือกได้จริงทั้งหมดว่าใครจน ใครไม่จน ตัวอย่างที่เห็นชัดเลยคือมีคนจำนวนหนึ่งที่มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 30,000 บาท แต่กลับไม่สามารถไปขึ้นทะเบียนคนจนได้ เพียงเพราะมีชื่อร่วมเปิดบัญชีของกลุ่ม
นางสาวจุติอร ยกตัวอย่างลุงดำ ซึ่งเป็นคนไร้บ้าน และมีรายได้ไม่แน่นอนรวมๆแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ แต่เนื่องจากเครือข่ายคนไร้บ้านมีการรวมตัวกันทำโครงการช่วยเหลือกันเองและมีการระดมทุนมาทำงานโดยร่วมกันเปิดบัญชีโครงการ ผลปรากฏว่าลุงดำไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนคนจนเพราะมีชื่อในบัญชีดังกล่าว
 
นางชุลีพร ด้วงฉิม ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพกล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบริหารงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐ ทุกวันนี้ประเทศไทยจ่ายค่าสวัสดิการรักษาพยาบาลให้กับกลุ่มข้าราชการที่มีเพียง 5-6 ล้านคนโดยใช้เงินกว่า 80,000 ล้านบาท ในขณะที่บัตรทองต้องดูแลคนถึง 49 ล้านคน มีเงินใช้เพียง 140,000 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่มลูกจ้างที่อยู่ในประกันสังคมกลับเป็นคนเพียงกลุ่มเดียวที่ต้องร่วมจ่ายเงินตนเองสมทบเป็นค่ารักษาพยาบาล เม็ดเงินที่กระจัดกระจายเหล่านี้หากรัฐบาลนำมาจัดการร่วมกันใหม่ จะทำให้ประชาชนทุกคนไม่แยกว่าเป็นใคร มีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน รวมทั้งยังมีอำนาจต่อรองในการไปพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ให้มีคุณภาพได้มากขึ้นทั้งของรัฐและเอกชน
 
ด้านนายระนอง ซุ้นสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายแรงงานนอกระบบ กล่าวว่าขณะที่มีการแจกเงินคนจน มีบัตรคนจน แต่การให้แบบนี้มันช่วยได้แบบชั่วคราว ไม่รวมระบบการจัดการที่ยิ่งสร้างให้เกิดภาพการแบ่งแยกคนจนคนรวยให้ชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่รัฐมุ่งลดภาษีให้นายทุน ค่าแรงกลับเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพกลับเพิ่มสูงขึ้น ต่อให้ทำงานทุกวันไม่หยุดเลย คนก็ไม่มีเงินพอที่จะใช้จ่าย บัตรคนจนก็แค่เข้ามาเติมในส่วนที่ไม่พอได้บ้างเท่านั้น หากรัฐต้องการให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้จริง รัฐต้องเลิกอุ้มคนรวย เลิกการสงเคราะห์ครั้งคราวที่พุ่งเป้าแค่คนบางกลุ่ม แต่รัฐควรต้องสร้างหลักประกันทางรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ทั้งในแบบการจัดสวัสดิการถ้วนหน้า เช่นการมีบำนาญพื้นฐานให้ทุกคนแบบเท่าเทียมและเพียงพอต่อการยังชีพ
 
นางสาวสุรีรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อนำตัวเลขรายได้ที่รัฐสูญเสียไปจากการลดภาษีให้นักลงทุนกว่าสองแสนล้านบาท รวมกับตัวเลขที่รัฐใช้ไปในการจัดสวัสดิการที่มีแบบหลากหลาย ซ้ำซ้อนกันไปมา หากนำมาจัดสรรบริหารแบบมืออาชีพ และมีความเป็นธรรม เชื่อได้ว่ารัฐมีเงินพอที่จะนำมาจัดสวัสดิการถ้วนหน้าให้กับประชาชนได้ แต่ทุกวันนี้รัฐมักจะอ้างตลอดเวลาว่าเงินไม่พอ ดังนั้นก็จะเลือกจัดสวัสดิการให้เฉพาะคนจนเท่านั้น  แต่ในขณะที่สวัสดิการของคนบางกลุ่มเช่นบำนาญข้าราชการซึ่งมีเพียง 6-7 แสนคนใช้เงินกว่า 200,000 ล้านบาท เทียบกับงบเบี้ยยังชีพที่จ่ายให้คน 8 ล้านคนรัฐกลับจัดงบให้เพียง 64,700 ล้านบาท
 
ทั้งนี้เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการได้เรียกร้องให้รัฐหยุดนโยบายอุ้มคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่รัฐต้องหันมาให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำโดยการจัดระบบรัฐสวัสดิการแบบถ้วนหน้าให้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดช่องว่างระหว่างคนจนคนรวย ไทยแลนด์ 4.0 ต้องไม่ใช้เน้นตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียว เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการได้ศึกษาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่รัฐไทยร่วมลงนามกับสมาชิกประเทศอื่นๆกว่า 170 ประเทศว่า ต้องขจัดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ และสร้างสวัสดิการถ้วนหน้าให้ทุกคน ก้าวต่อไปคือรัฐบาลนี้ต้องหยุดอุ้มคนรวย และแยกคนจนออกจากคนใกล้จน และเราจะเสนอนโยบายต่อพรรคการเมืองที่เข้าสู่การเลือกตั้งว่าต้องเห็นหัวคนจน แรงงานที่ไม่มีนายจ้างต้องได้รับการยกระดับค่าแรง และจัดทำรายงานประชาสังคมคู่ขนานกับรายงานของภาครัฐเสนอต่อยูเอ็น ต่อไป เดือนมกราคม เราจะเริ่มต้นเตรียมตัวสู่การเลือกตั้ง ต่อไป
 
                                             ..............................................................

 
-->