ปรึกษาเรื่องเอดส์และห้องไม่พร้อม โทร 1663

เมื่อกฎหมายป้องกันท้องวัยรุ่นเป็นเพียงหลักประกัน เราจึงต้องลุกมาปกป้องสิทธิ!

By nuttynui 4 มี.ค 2562 11:22:32
หนุ่มเมืองราด

          “แม่อยากให้ลูกเรียนที่เดิม  แต่โรงเรียนพยายามบอกให้ไปเรียน กศน. แต่แม่คิดว่า ถ้าลูกได้เรียนที่โรงเรียนเดิม ลูกจะมีความสุข ชีวิตไม่ต้องปรับตัวมาก อนาคตยังมี ส่วนหลาน แม่ก็จะเลี้ยง...”

          “หนูอยากเรียนที่เดิม หนูคิดว่าหนูเรียนได้ อนาคต หนูอยากจะเรียนทางบัญชี หรือไม่ก็การโรงแรม...”

          “แม่ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่แม่ก็เข้าใจว่า เรื่องผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้...”

          “ตอนแรกพ่อก็โกรธจนแทบอยากจะฆ่าลูก แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องทำใจ อยากให้ลูกได้เรียนที่โรงเรียน เพราะจะทำให้ลูกได้เรียน ไม่ว่างมากเหมือนเรียน กศน. พ่อกลัวลูกจะว่างและล้ากับการเรียน...”

          เรื่องราวของครอบครัวน้อง ม.2 คนนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในผืนแผ่นดินแห่งนี้ ที่นักเรียนที่ก้าวพลาด ถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากโรงเรียนบางแห่งด้วยการเลือกให้เด็กออกจากโรงเรียน มากกว่าที่จะพยายามให้ทางช่วยเหลือเด็กที่ก้าวพลาด ให้กลับมายืนและเดินไปข้างหน้า...

          “การตั้งครรภ์ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน แต่การเรียนต่างหากที่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์..”น้องคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ เมื่อเธอและครอบครัวพร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อที่จะได้โอกาสเรียน แต่สถานศึกษากลับทำตัวเป็นกำแพงมหึมาที่ขวางกั้น

          “เวลาเด็กคนอื่นไม่อยากเรียน หนีเรียน  โรงเรียนก็พยายามไปตามมาเพื่อจะให้เด็กกลับไปเรียน แต่เวลาเด็กท้องเค้าอยากจะเรียน เรากลับไล่ส่ง ไม่ให้เขาเรียน...นี่มันอะไรกัน” เสียงรำพึงจากคุณครูคนหนึ่ง ที่เหนื่อยหน่ายกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่กลายเป็นระบบทำร้ายนักเรียนที่ก้าวพลาดไป..

          จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่ร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นคนจากภาครัฐและภาคประชาสังคม ด้วยเจตนาที่จะเปลี่ยนแปลงการซ้ำเติมเด็กให้เปลี่ยนเป็นการช่วยเหลือ ให้เติบโตและก้าวข้ามอุบัติเหตุของชีวิตเพื่อไปสู่อนาคตข้างหน้า ด้วยการสร้างหลักประกันบางอย่างขึ้นมา

          พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 จึงถูกผลักดันให้เป็นหลักประกัน โดยเป้าหมายคือ ส่งเสริม ป้องกัน และคุ้มครองวัยรุ่นให้ผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่น เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

          แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย เป็นเพียงหลักประกันที่วางไว้ แต่การคุ้มครองสิทธิที่ดีที่สุด คือการลุกขึ้นมาใช้สิทธิ เรียกร้องสิทธิและปกป้องสิทธิของตนเอง โดยไม่ยอมจำนนต่อการละเมิดด้วยเหตุจากทัศนคติที่มองว่าการท้องของนักเรียนเป็นเรื่องเลวร้าย

          หลายๆ ครอบครัวเมื่อเกิดปัญหาท้องไม่พร้อม มักยอมรับสภาพว่า เป็นเพราะนักเรียนทำผิดกฎของโรงเรียน ดังนั้น การถูกลงโทษจากโรงเรียนก็เป็นเรื่องสมควร ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด

          โรงเรียนที่ดูแลและยินดีให้นักเรียนที่ท้องได้เรียนต่ออย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นโรงเรียนที่น่ายกย่อง ชื่นชม ทั้งผู้บริหารและโรงเรียน

          โรงเรียนที่ให้เด็กออก บีบบังคับให้ย้ายสถานศึกษาโดยไม่ได้เป็นความสมัครใจของนักเรียนหรือผู้ปกครอง นับว่าผู้บริหารและคณะครูมีความเห็นแก่ตัว ทำลายอนาคตของเด็ก และผลักภาระการสร้างเยาวชนให้เป็นของสถานศึกษาอื่น

          เรื่องที่จะเขียนเป็นตอนต่อไป จะชวนครอบครัวที่ประสบปัญหาและวัยรุ่น มาทำความเข้าใจ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

          เพราะถึงเวลาแล้ว ที่เราจะทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ด้วยการลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของเรา!


 
-->